วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ตอนที่6 ทักษะการต่อสู้

เคล็ดไท่อี่วิญญาณหวน เป็นทักษะการบ่มเพาะที่อยู่ในความทรงจำ ลู่ซวนได้ท่องจำมันอย่างขึ้นใจ ดังนั้นเขาไม่มีความกังวลที่จะลืม เพียงแค่ใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อย

หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน การโคจรของเส้นลมปราณทั้งยี่สิบหกจุด ลู่ซวนก็ได้จดจำมันอย่างสมบูรณ์

แต่ตอนนี้ลู่ซวนยังไม่คิดจะทำการบ่มเพาะ เพราะเขาพึ่งจะได้ชิ้นส่วนเคล็ดไท่อี่วิญญาณหวนมา มันเป็น
ทักษะการบ่มเพาะที่ดีเยี่ยม ลู่ซวนเริ่มที่จะเข้าไปในความทรงจำอีกครั้ง เพื่อที่จะดูความทรงจำที่เหลือ

หลังจากเข้าไปในความทรงจำอย่างรวดเร็ว ลู่ซวนก็ไม่ผิดหวังเขาได้เคล็ดวิชากระบี่ออกมา

สำหรับผู้ฝึกยุทธทุกคน การต่อสู้แบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกคือระดับความแข็งแรงของร่างกาย แน่นอนนั้นคือพื้นฐานสำหรับทุกคน สำหรับผู้ฝึกวรยุทธ์ทุกคนการเอาชนะระดับที่สูงกว่าตัวเองเป็นแค่
เรื่องในตำนานเท่านั้น

ส่วนที่สอง ทักษะการบ่มเพาะ ยิ่งคุณมีเคล็ดวิชาการบ่มเพาะที่ดี ก็ยิ่งทำไห้การฟื้นตัวและการยั่งยืนของคุณดีขึ้น และส่วนที่สามเป็นส่วนสำคัญที่ในการต่อสู้
นั้นคือวิชาการต่อสู้

ถ้ามีผู้ฝึกยุทธทั้งสองคนเกิดการต่อสู้กัน คนที่มีทักษะการต่อสู้ที่ดีกว่าแน่นอนเขาจะมีข้อได้เปรียบ ในที่สุด

เคล็ดวิชาการต่อสู้ เฉกเช่นเดียวกับ เคล็ดการบ่มเพาะ ถูกแบ่งออกเป็น สวรรค์ ปฐพี ซวน และหวงมีระดับ สูง ระดับกลาง ระดับต่ำ

ในขณะเดียวกัน ยิ่งมีทักษะต่อสู้ที่สูงมันก็ยิ่งล้ำค่า เคล็ดวิชากระบี่ มันคือทักษะการต่อสู้ประเภทหนึ่งที่
ลู่ซวนได้มันมาจากความทรงจำมันมีชื่อว่า เพลงกระบี่ดุจพริบตา

เป็นชื่อที่มาจากคุณสมบัติที่โดดเด่นด้านทักษะในเรื่องความรวดเร็วของมัน! กระบี่จะออกมาอย่างว่องไว

กระบี่เป็นประเภทที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งแตกต่างจากอาวุธประเภทหนักที่ใช้ออกและเก็บลำบาก แม้ว่า
ศัตรูจะมีการโจมตีที่แข็งแกร่ง ตราบใดที่คุณโจมตีถึงก่อน ความแข็งแกร่งก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ความสามารถของเพลงกระบี่ดุจพริบตา ตามความทรงจำของลู่ซวน มันเป็นทักษะระดับหวง ขั้นสูง!

ทำไมครอบครัวตระกูลหลง ถึงเป็นอันดับหนึ่งในหมู่บ้านภูเขาชิง? พวกเขาตระกูลหลงมีผู้นำชื่อ
หลงซาน มีเคล็ดวิชาการต่อสู้ที่ชื่อ หัตถ์มังกร

แม้ชื่อของหัตถ์มังกรจะดูทรงพลัง แต่ความเป็นจริงมันเป็นเพียงทักษะต่อสู้ระดับหวงขั้นต่ำเท่านั่น

แค่มีทักษะการต่อสู้ระดับหวงขั้นต่ำก็เพียงพอที่จะสามารถปกครองเหนือหมู่บ้านเล็กๆได้แล้ว มันทำไห้ตระกูลต่างๆเกรงกลัว สามารถเห็นได้ว่ามันมีค่าอย่างมาก และมีประสิทธิภาพต่อการต่อสู้

ความสามารถของลู่ซวนตอนนี้มี เคล็ดไท่อี่วิญญาณหวนและเพลงกระบี่ดุจพริบตา ตราบใดที่เขามีเวลาตระกูลหวง จะเป็นแค่เรื่องตลกต่อเขา ยิ่งกว่านั้นภายในตันเถียนของลู่ซวนยังมีผลึกกระบี่ที่ลึกลับ ที่กำลังรอให้เขาค้นหาความทรงจำต่อไป

ภายในวันเดียว ร่างกายของลู่ซวนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ที่สามารถทำให้โลกต้องสั่นสะเทือน เขามีการบ่มเพาะที่ยอดเยี่ยม และมีทักษะระดับหวง ขั้นสูงอาจจะกล่าวได้ว่า วันข้างหน้าเขาจะมีอนาคตที่สดใส

หลังจากที่เขาจัดการกับความทรงจำนอกจากมีเคล็ดไท่อี่วิญญาณหวนและเพลงกระบี่ดุจพริบตา เขายังสามารถพบบางอย่างที่ดูคลุมเครือ มันเป็นอักขระรูนและสัญญาลักษณ์ต่างๆอีกมากมาย

ลู่ซวนไม่ค่อยจะรู้เรื่องพวกนี้มากนักดูเหมือนทวีปกระบี่นภา จะมีผู้ประกอบอาชีพ ที่เรียกกันว่าผู้วิเศษ
พวกเขาสามารถสร้างอาวุธและชุดเกราะและทำการร่ายอาคมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งเข้าไป

ผู้วิเศษไม่ได้คนธรรมดาจะเป็นกันง่ายๆ ลู่ซวนคิด ไม่รู้ว่าทำไม

ถึงแม้จะได้รับขั้นตอนเริ่มต้นของอาคม ลู่ซวนก็ไม่คิดจะเรียนมันแม้แต่น้อย ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเขาเอง

ถึงแม้จะรู้ว่าเขาสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่าตระกูลหลง แต่ตอนนึ้ความแข็งแกร่งของเขายังไม่สามารถเทียบได้กับตระกูลหลง

ถ้าเขาต้องการปกป้องพี่สาวที่ถูกบังคับแต่งงานโดยหลงไท่ มีเพียงวิธีเดียวคือเข้าร่วมนิกายกระบี่เมฆา
และยืมพลังของนิกายกระบี่เมฆา เพื่อยับยั้งต่อตระกููลหลง

เขาขมวดคิ้วมองไปที่ซากศพ ลู่ซวงรู้สึกไม่ปลอดภัย
เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินลึกเข้าไปในภูเขา แม้หลงไท่และหลงหยางจะส่งคนมาค้นหาแต่ป่าใหญ่ขนาดนี้ใช่ว่าจะหาเจอได้ง่ายๆ

หลังจากเดินมาไกลกว่าจุดเดิมแล้ว ลู่ซวนก็หยุดลงเขาไม่กล้าที่จะเดินต่อไปลึกกว่านั้น ใครจะรู้ได้ว่าอาจมีสิ่งชีวิตที่น่ากลัวอยู่ในส่วนลึกของภูเขา จากนั้นเขาก็นั้งลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆคลายความกังวลใจออกไป และเริ่มลงมือบ่มเพาะพลัง

ผลึกกระบี่คล้ายสมบัติยังคงหมุนเวียนอยู่ภายในตันเถียนอย่างช้าๆราวกับก่อนหน้านี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ลวดลายประหลาดบนตัวกระบี่มีกลิ่นอายลึกลับ ลู่ซวนไม่ได้รู้สึกอึดอัดเกี่ยวกับมันแต่อย่างใด เมื่อเขามีความแข็งแกร่งอาจจะเข้าใจความลึกลับของมันได้

หลังจากนั้งเอาขาไขว้กันแล้วลู่ซวนไม่ได้ใช้เคล็ดเดินลมปราณ แต่ เปลี่ยนไปใช้เคล็ดไท่อี่วิญญาณหวนแทน เคล็ดวิชานี้ลู่ซวนได้จดจำมันไว้ในหัวแล้ว การโคจรของเส้นลมปราณทั้งยี่สิบหกจุดเขาจดจำมันอย่างแม่นยำ

ในครั้งแรกของการโคจรลู่ซวนไม่กล้าที่จะเร่งรีบ
เขาใช้วิธีการดูดพลังงานจิตวิญญาณในอากาศเข้าสู่ร่างกาย ความเร็วในการดูดซับเร็วกว่าเคล็ดการเดินลมปราณหลายเท่า

พลังงานจิตวิญญาณที่เข้าสู่ร่างกาย ลู่ซวนเริ่มเคลื่อนไหว เขาควบคุมพลังงานวิญญาณ ผ่านเส้นลมปราณจุดแรก ไม่กล้าที่จะเสียสมาธิแม้แต่น้อย

ตามวิธีการ เคล็ดไท่อี่วิญญาณหวน เขาค่อยๆโคจรไปตามเส้นทาง ตอนนี้เส้นลมปราณจุดแรกเต็มไปด้วยพลังงานวิญญาณและแทรกซึมเข้าไปในเนื้อและกระดูกของร่างกายทำให้ร่างกายเขาผลัดเปลี่ยนใหม่

หลังจากเสร็จสิ้นการโคจรผ่านเส้นลมปราณจุดแรกแล้ว ก็โคจรต่อไปที่เส้นลมปราณสอง สาม และสี่...

ก่อนหน้านึ้ ลู่ซวน ใช้เคล็ดการเดินลมปราณ เขาสัมผัสได้ถึงการโคจรลมปราณแค่หนึ่งจุดเท่านั้น
การโคจรพลังชี่ครบหนึ่งรอบผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แต่หลังจากไปใช้เคล็ดไท่อี่วิญญาณหวนแล้ว เส้นลมปราณทั้งยี่สิบหกจุดจำเป็นต้องมีการโคจรทั้งหมดเวลาที่ใช้ก็ค่อนข้างนาน แต่กลับส่งผลลับที่ยิ่งใหญ่มหาศาล

การโคจรเคล็ดไท่อี่วิญญาณหวนหนึ่งรอบ เท่ากับโคจรเคล็ดการเดินลมปราณร้อยรอบ!

นอกจากนี้ เนื่องจากเส้นลมปราณที่เคล็ดไท่อี่วิญญาณหวนโคจรผ่านได้ทั่วร่าง ด้วยเหตุนี้ทำให้ร่างกายทั้งหมดถูกขัดเกลาทั่วร่าง ทำให้กำลังกายทั้งหมดเพิ่มขึ้น

ทุกคนไม่สามารถที่จะเป็นแบบเขาได้ นี้คือความพิเศษของเคล็ดวิชาการบ่มเพาะ

หลังจากใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมง ลู่ซวน ก็จบรอบการโคจร การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น เหตุผลทำไมถึงช้า หนึ่ง มีการโคจรเส้นลมปราณมากกว่าหนึ่งจุด ประการที่สอง เขาพึ่งเคยใช้เคล็ดการบ่มเพาะนี้และไม่คุ้นเคยกับมัน ด้วยการโคจรไม่กี่ครั้ง ความเร็วก็ขึ้นช้าๆ

แม้มันจะเป็นครั้งแรกแต่เขาก็รู้สึกทึ่งในเคล็ดไท่อี่วิญญาณหวน เขารู้สึกถึงความแข็งแรงในตอนนี้ เมื่อเทียบกับความแข็งแรงก่อนหน้านั้น มันเทียบกันไม่ได้ผลที่น่าทึ่งและน่าตกใจนี้ ถ้าได้บอกกล่าวแก่คนอื่นๆ พวกเขาอาจตกใจช็อคได้

หลังจากเสร็จสิ้นการโคจรครบรอบ ลู่ซวน ก็คุ้นเคยกับเส้นทางการโคจรมากขึ้น เขาดูดพลังงานจิตวิญญาณเข้าไปอีกครั้ง และเริ่มโคจรต่อรอบสอง

วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ตอนที่7 กลับสู่เมืองหลิน

ลู่ซวนยังคงบ่มเพาะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันภายในหลายวันนี้ ไม่มีอุปสรรคอะไร นอกเหนือจากการบ่มเพาะเคล็ดไท่อี่วิญญาณหวน เขายังฝึกทักษะเพลงกระบี่ ก้าวพริบตา และมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น!

ต้องขอบคุณพรสวรรค์ของเขา ภายในระยะเวลาสั้นๆลู่ซวนมาถึงกลั่นร่างกายระดับสามขั้นปลาย เขาอยู่ห่างจากกลั่นร่างกายระดับสี่แค่นิดเดียว

ลู่ซวนปลอบใจตัวเอง ถึงแม้เขาจะยังไม่ถึงขั้นกลั่นร่างกายระดับสี่ แต่พละกำลังหมัดของเขาได้มาถึง1400จินเรียบร้อยแล้ว!

ไม่ต้องสงสัยเลยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากเคล็ดไท่อี่วิญญาณหวน

แม้ว่าพลังหมัดจะถูกใช้วัดระดับตามมาตฐาน แต่ผู้ฝึกยุทธบางคน ที่มีการบ่มเพาะที่แตกต่างกัน การระเบิดพลังหมัด ความรุนแรงก็จะไม่เหมือนกัน

เส้นทางการโคจรของเคล็ดไท่อี่วิญญาณหวน ได้โคจรผ่านเส้นลมปราณทั้งยี่สิบหกจุดทั่วร่างกาย ในความเป็นจริงลู่ซวนได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทำให้มีส่วนช่วยเปิดจุดอยู่บ้างเล็กน้อย ถ้าเทียบกับเคล็ดการเดินลมปราณเพียงแค่โคจรหนึ่งจุด ก็ไม่มีค่าต้องให้กล่าวถึง

นอกจากระดับได้ยกขึ้นมา เขายังมีความสำเร็จจากเพลงกระบี่ ก้าวพริบตา

“นี้ก็เป็นเวลาหลายวันแล้ว ตั้งแต่ที่ข้าทำการบ่มเพาะมาถึงการกลั่นร่างกายระดับสามขั้นปลาย แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นกลั่นร่างกายระดับสี่ ดูเหมือนถ้าทำการบ่มเพาะต่อไปก็ยังไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับสี่ได้ในเวลาสั้นๆ”

ลู่ซวน ขมวดคิ้วกับตัวเองถ้าเขายังดันทุรังทำการบ่มเพาะต่อก็จะเกิดผลเสียต่อตัวเอง ตอนนี้ลู่ซวนดูเหมือนกับพบปัญหาอาการคอขวด

เหตุผลครั้งสุดท้ายที่เขาสามารถผ่านทะลุ การกลั่นร่างกายระดับสามโดยไม่มีปัญหาใดๆเป็นเพราะผลึกกระบี่ช่วยฝ่าอุปสรรคบางอย่าง และทำให้ลู่ซวนเข้าสู่สภาวะไร้ตัวตน ตอนนี้เขาอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีกครั้งแต่มันก็ไม่เกิด

ลู่ซวนไม่คิดที่จะบ่มเพาะต่อ เขาอยู่ในป่าเป็นเวลากว่าหลายวันแล้ว และถึงเวลาที่เขาจะต้องออกจากป่าไปซักที

ในความจริงที่ว่า ความแข็งแกร่งของเขาเทียบเท่ากับนักสู้กลั่นร่างกายระดับสี่ และเขามีเพลงกระบี่ ก้าวพริบตา ที่สามารถทำการสังหารได้อย่างรวดเร็ว ทำไมเขาจะยังต้องกลัวหลงหยาง ลู่ซวนตอนนี้ไม่สามารถที่จะรังแกได้ง่ายๆ!

หลังจากที่ทำความสะอาดและสำรวจร่างกายตัวเองแล้ว ลู่ซวนก็มุ่งหน้าไปที่เมืองหลิน ในความเป็นจริงการทำความสะอาดก็ไม่ค่อยมีอะไร แต่เดิมเขาถูกโจมตีโดยหลงหยาง และโดนลากออกมาทิ้งเขาไม่ได้พกสิ่งของบนร่างกาย มีก็แต่เงินเพียงเล็กน้อยที่ถูกขโมยโดยบริวารตระกูลหลง โชคดีที่เขาปล้นเงินจากศพพี่ชายเจ้าสาม ไม่งั้นเขาคงแย่แน่ๆ

นอกจากนี้ ลู่ซวน ยังมีไม้ไผ่ที่แบนเรียบ นั้นคือสิ่งที่เขาสร้างขึ้นไม่กี่วันก่อน เพื่อเอามาฝึกวิชาเพลงกระบี่ ก้าวพริบตา หลังจากที่ได้ใช้มันติดต่อมาหลายวัน เขาก็รู้สึกมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย และไม่อยากที่จะโยนมันทิ้ง เลยนำมันไปด้วยกับเขา

ตอนนี้เขามีพละกำลังที่เพิ่มขึ้น เลยออกจากป่าได้อย่างรวดเร็ว ลู่ซวนรู้สึกเป็นกังวล ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเขาก็ได้มองเห็นประตูเมืองหลิน

อยู่ในป่าหลายวัน เมื่อเขากลับมาที่เมืองหลิน ลู่ซวนได้นึกถึงความทรงจำ มันมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายวัน

ได้กลับมาที่เมืองหลินลู่ซวนรีบหาที่พักก่อน ก่อนที่เขาจะทำการลงทะเบียน ลู่ซวนทำการเช่าห้องพักแห่งหนึ่ง เขาวางเงินมัดจำไว้ครึ่งหนึ่ง และห้องของเขาก็ยังอยู่ที่นั้น

ในขณะที่ลู่ซวนจะเปิดประตูห้องของเขา ประตูห้องข้างๆก็เปิดออกมา เจ้าไขมันน้อย ปรากฏอยู่ตรงประตู เมื่อเห็นลู่ซวน ใบหน้าก็พลันสว่างขึ้น

“เอ๊ะ พี่ชาย ซวน กลับมาแล้วเหลอ? อยู่ๆคุณก็หายไป? ข้าคิดว่าท่านยังไม่พร้อมที่จะทดสอบการเข้าร่วม นิกายกระบี่เมฆา!” เขาพูดจบก็เดินออกจากประตูมา

เจ้าไขมันน้อยนี้ที่จริงชื่อ เหยาเล่ย เขาอายุน้อยกว่าลู่ซวนครึ่งปี และเขาเป็นเพื่อนที่ดีของลู่ซวน เจ้าไขมันน้อยในความเป็นจริงเขาไม่สามารถพิจารณาให้เป็นไขมันได้ แต่ใบหน้าของเขาค่อนข้างที่จะอ้วนกลม ทำให้รู้สึกว่าเป็นไขมันขนาดเล็ก

ครอบครัว เหยา เป็นตระกูลเล็กๆที่อยู่ในหมู่บ้านภูเขาชิง ซึ่งมีขนาดพื้นที่เท่ากับตระกูล ลู่ ทั้งสองคนได้พากันมาที่เมืองหลิน เพื่อเข้าร่วมการประเมินจาก นิกายกระบี่เมฆา

“โอ้ เพื่อที่จะเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบที่จะถึง ข้าได้ออกไปนอกเมืองเพื่อทำการบ่มเพาะเป็นเวลาหลายวันน่ะ” ลู่ซวนไม่กล้าบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาโดยเฉพาะกับผลึกกระบี่ เขาไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น

“บ่มเพาะ? ท่านไปนอกเมืองมา อืม ข้าไม่สามารถทนกับความเจ็บปวดได้ อย่างไรก็ตามข้าคงมีหวังที่จะเข้าสู่นิกายกระบี่เมฆานะ” เหยาเล่ย กล่าวอย่างขมขื่น
“ในตอนที่ท่านไม่อยู่ข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว ไม่มีใครมาเล่นกับข้าบ้างเลย แต่ตอนนี้ท่านมาแล้ว ไปกันเถอะ ไป ไป ข้ายังไม่ได้เที่ยวผู้หญิงในเมืองหลินเลย ฮิฮิ”

เห็น เหยาเล่ย ยิ้มหน้ากลม ลู่ซวนพูดไม่ออกผู้ชายคนนี้สมองมีแต่ความคิดเหล่านี้เท่านั้น อย่ามองเขาว่ามีอายุแค่สิบหก เขาได้เที่ยวผู้หญิงทุกมุมของหมู่บ้านภูเขาชิงหมดแล้ว

“ไปตลาดเพื่อดูสินค้า ข้าจะไม่ไปไหนนอกเหนือจากนั้น” ทัศนคติของลู่ซวนปฎิเสธ เหยาเล่ย อย่างชัดเจน เห็นได้ชัดเขาไม่สนใจเรื่องเหล่านี้เลย

“ก็ได้ ก็ได้ ถ้าท่านไม่ไปเราก็จะไม่ไป เราเพียงเราไปดูสินค้าที่ตลาดกัน ไปกันเถอะ” เห็นลู่ซวนตกลงที่จะไปกับเขาแค่นี้ก็ดีแล้ว เสร็จแล้วก็ลากลู่ซวนไป

ลู่ซวนกับเขาได้เล่นด้วยกันมาตั้งแต่ยังเล็กจนเติบโตในหมู่บ้านภูเขาชิง ลู่ซวนเป็นพวกบ้าการบ่มเพาะ แม้ว่าการทดสอบกำลังจะใกล้เข้ามา เขาก็ยังออกไปเป็นเพื่อนกับ เหยาเล่ย

“พี่ชาย ซวน เราออกไปดูยาเขตแดนกัน ข้าได้ยินมาว่ามียาเขตแดนที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้ฝึกยุทธได้ และมันยังทำให้สามารถพัฒนาการต่อสู้ได้ ถ้าเราได้ทำการซื้อซักสองเม็ด บางทีเราอาจจะมีความหวังเพิ่มที่จะผ่านการประเมิน

“เจ้าบอกว่ายาเขตแดนสามารถทำให้ผ่านอาการคอขวดได้? ” ตอนนี้ลู่ซวนติดอยู่ที่อาการคอขวด และกำลังหาทางที่จะผ่านทะลุผ่านเข้าไปสู่กลั่นร่างกายระดับสี่ เมื่อลู่ซวนผ่านเข้ามาอยู่ระดับสี่ความแข็งแกร่งเขาจะก้าวกระโดดมาอีกครั้งหนึ่ง

“ใช่แล้ว คุณรู้หรือไม่ทำไมพวกตระกูลใหญ่ๆและพวกลูกศิษย์นิกายถึงมีความแข็งแกร่งกัน เป็นเพราะคนเหล่านั้น ต่างมีเงินกัน พวกเขากินยาเขตแดนเหมือนกินลูกอม ความแข็งแกร่งย่อมพุ่งขึ้นไป”
เหยาเล่ย ใส่สีหน้าราวกับสอนคนไม่รู้จักอะไรเลย

ในความเป็นจริง เวลาส่วนใหญ่ของลู่ซวนใช้ไปกับการบ่มเพาะ จึงไม่มีความเข้าใจได้ต่อสิ่งเหล่า เฉกเช่นเดียวกับ เหยาเล่ย

“มันคงจะแพงมากใช่มั้ย? ข้าคงไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น”

เหยาเล่ย โบกมืออย่างเมินเฉยและกล่าวว่า “คุณกลัวอะไร เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินก็ดูได้”

ขณะทึ่โดนลากโดย เหยาเล่ย พวกเขาทั้งคู่ก็เดินไปถนน วิญญาณสินค้า มันเป็นตลาดของเมืองหลิน มันมีสินค้าพิเศษที่นักฝึกยุทธต้องๆต้องการ มีสินค้ามากมายเช่น ยาเขตแดน อาวุธ เวทย์อาคม และในร้านค้าขนาดใหญ่บางแห่งยังขาย เคล็ดการบ่มเพาะและวิชาต่อสู้ระดับสูง!

ในช่วงเวลาสั้นๆพวกเขาก็ได้มาถึงถนน วิญญาณสินค้า






วันศุกร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2560

ตอนที่5 เคล็ดไท่อี่วิญญาณหวน

หมัดได้ต่อยไปที่ตันเถียนของลู่ซวน และยิ้มอย่างชั่วร้ายขณะเฝ้าดูชะตากรรมของลู่ซวน แต่แล้วได้มีพลังฉีกระบี่ปรากฏออกมาจากร่างลู่ซวน เขาไม่ทันได้ระวังตัว

พลังฉีกระบี่ที่ออกมาจากผลึกกระบี่ทรงพลัง อย่างมาก มันไม่มีทางที่ ผู้ฝึกยุทธกลั่นร่างกายระดับสี่จะป้องกันได้ แสง ประกายสีขาวได้แทงทะลุหน้าอกของคนเป็นพี่

การเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันคือสิ่งที่เขาไม่สามารถตอบสนองต่อพลังฉีกระบี่ตรงหน้าได้ ร่างของเขาอ่อนเหมือนเต้าหู้ มีเพียงเสียง “ฉึก” มัน
เป็นเสียงหัวใจที่ถูกแทงทะลุ

“อ๊ากก!”

ได้ยินเสียงกรีดร้องจากทั้งสองเสียง หนึ่งคือเสียง
จากพี่ชายเจ้าสาม และอีกหนึ่งคือเสียงจากลู่ซวน


ลู่ซวนนอนดิ้นไปที่พื้น สองมือจับไปที่ศีรษะใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกหัวของจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

มันเจ็บ! ไม่มีทางที่จะขจัดความเจ็บปวดที่ปกคลุมออกไปจากภายในจิตใจ

เศษความทรงจำแปลกๆนับไม่ถ้วนผ่านเข้ามาในหัวของลู่ซวน มันมองบางส่วนไม่ชัดเจนและพยายามเข้ามาอยู่ในหัวของเขา

ตอนนี้เขาไม่คิดที่จะดูเศษความทรงจำเหล่านี้ ลู่ซวน
พยายามที่จะฝืนทนต่อการโจมตีที่เจ็บปวด พยายาม
ประคองไม่ให้หมดสติ

แม้ว่าเขาเคยผ่านความเจ็บปวดจากเมื่อวานมา แต่ครั้งนี้มันแตกต่างกัน

ความเจ็บปวดจากเมื่อวานมันมาจากเส้นลมปราณที่เปิดออกของร่างกายมันเป็นความเจ็บทางกายภาพ
แต่การเจ็บครั้งนี้มันมาจากทางจิตใจไม่มีทางที่เขา
จะป้องกันมันได้ ลู่ซวนเหมือนโดนเข็มทิ่มตลอดเวลา
ทำได้เพียงอดทนกับมัน

ในทึ่สุด ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน อาการเจ็บปวดต่างๆก็ลดลง ลู่ซวนค่อยๆตื่นมาจากอาการหมดสติ
ดวงตาค่อยๆเปิดช้าๆ มือที่จับบนหัวคลายออก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ยังมีอาการปวดหัวอยู่แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับอาการปวดก่อนที่เขาจะหมดสติ มันเป็นอะไรที่ทรมาณมาก เมื่อเขาคิดนึกย้อนกลับไปก็ได้แต่กลัว

มองไปรอบๆเห็นพี่ชายเจ้าสามกลายเป็นศพร่างกาย
หนาวเย็น พลังฉีกระบี่แทงทะลุไปที่หัวใจ เขาคงไม่มีชีวิตรอด มีคนกล่าวไว้ว่าเมื่อผู้ฝึกยุทธได้บ่มเพาะจนไปอยู่จุดสูงสุดไม่เพียงแต่พวกเขาสามารถงอกแขนและขาทั้งสองข้างได้ ตราบใดที่วิญญาณไม่สลายพวกเขาสามารถมีชีวิตเท่าไหร่ก็ใด้ แต่ขั้นกลั่นร่างกายยังคงห่างไกลกว่าจะถึงวันนั้น

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ลู่ซวนมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป เขาค้นพบบางอย่างในหัวเขา มันแปลกมาก แต่ค่อนข้างคุ้นเคย...ถูกต้องนี้คือความทรงจำที่เขาพึ่งเห็น

ความทรงจำเหล่านี้ไม่ได้เป็นของเขา มันพยายามเข้ามาสู่จิตใจของเขา ไม่แปลกเลยที่มันมีความเจ็บปวดอย่างมาก เป็นความทรงจำของใครกัน เป็นความทรงจำของผลึกกระบี่? หรือเป็นความทรงจำเจ้าของผลึกกระบี่? หรือมันเป็นอย่างอื่น?

ลู่ซวนในใจเต็มไปด้วยคำถาม แต่การจะได้คำตอบ คือการค้นหาความทรงจำเหล่านั้น

ภาพความทรงจำในหัวของลู่ซวนถือว่ายังไม่มากเท่าไหร่ เขาพอที่จะค้นหาเบาะแสบางอย่างได้อยู่
ชิ้นส่วนผลึกกระบี่ที่หลุดออกมาโดยจากการที่โดนหมัดที่ต่อยเข้าไป มันคงเป็นส่วนหนึ่งของผลึกกระบี่ และเขาพึ่งได้รับมันมา ถ้านั้นมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของผลึกกระบี่ แล้วความทรงจำของผลึกกระบี่มีเท่าไหร่กัน?

ถึงแม้ภาพเหล่านั้นจะเข้ามาอยู่ในหัวลู่ซวนแต่มันก็กระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ ถ้าเขาอยากจะรู้อะไรก็ต้องไปต่อมันขึ้นมาเอง

แม้มันจะยุ่งยากซักหน่อย แต่มันก็ไม่เกินความสามารถที่เขาจะรวมความทรงจำเหล่านั้น เมื่อเขา
ปะติดปะต่อความทรงจำได้บางส่วน ลู่ซวนถึงกับตกใจ

เส้นทางการบ่มเพาะเป็นสิ่งที่สำคัญนอกจากพรสวรรค์ ยังต้องมีเคล็ดวิชาการบ่มเพาะที่ดี!


ผู้ฝึกยุทธทุกคนต้องการที่จะเข้านิกายกระบี่เมฆา แม้จะเป็นแค่ศิษย์สายนอกและยอมโดนรังแก เหตุผลก็คือนิกายกระบี่เมฆามีเคล็ดวิชาการบ่มเพาะที่มากมายนั้นเอง

ทวีปกระบี่นภาของพวกเขามีเคล็ดวิชาบ่มเพาะสี่ขั้น
ได้แก่ สวรรค์ ปฐพี ซวน หวง แต่ละขั้นแบ่งออกเป็นสามระดับ สูง กลาง ต่ำ เคล็ดการเดินลมปราณถือว่าอยู่ต่ำกว่าขั้นหวง

ตอนนี้เขามีความทรงจำของผลึกกระบี่ ทำให้รับรู้เคล็ดวิชาการบ่มเพาะ ช่วยไม่ได้ที่ลู่ซวนจะรู้สึกตื่นเต้น ถึงแม้เขาจะไม่รู้จักเคล็ดการบ่มเพาะนี้ แต่
ผลึกกระบี่ที่ดูลึกลับอย่างมากและมันก็ได้ไปอยู่ในตัวเขา มันคงดูไม่แย่ขนาดนั้น!

หลังจากที่ได้ดูความทรงจำที่ผ่านมา ลู่ซวนได้ดูดซึมเนื้อหาอย่างรวดเร็ว เคล็ดการบ่มเพาะนี้เรียก ว่า
เคล็ดไท่อี่วิญญาณหวน เพียงแค่ชื่อก็ดูเหมือนจะดีกว่าเคล็ดการเดินลมปราณของลู่ซวนอย่างมาก

ยังไงก็ตามลู่ซวนดูความทรงจำเหล่านั้นอีกครั้ง และพบว่าเคล็ดไท่อี่วิญญาณหวนยังไม่สมบูรณ์ มันมีบาง
อย่างที่ขาดหายไป

แต่ลู่ซวนไม่ใส่ใจเขาพึ่งมีขั้นกลั่นร่างกายระดับสาม
มันยังอีกไกลที่จะถึงขั้นกลั่นร่างกายระดับปลาย
อย่างไรก็ตามเคล็ดไท่อี่วิญญาณหวนเขาก็พอที่จะใช้มันได้

เมื่อเขาแข็งแกร่งขึ้นอาจจะเป็นไปได้ที่จะโดนโจมตี
จากผลึกกระบี่อีกครั้ง และอาจจะได้ชิ้นส่วน เคล็ด
ไท่อี่วิญญาณหวนอีกส่วน

มีความเสียใจอยู่อย่างเดียว เคล็ดวิชาไท่อี่วิญญาณหวนไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆว่าเคล็ดการเพาะปลูกเป็นแบบใด ดังนั้นลู่ซวนจึงไม่อาจวัดระดับมันได้

ถึงแม้ลู่ซวนไม่อาจวัดระดับมันได้เขาก็มั่นใจว่า เคล็ด
วิชาไท่อี่วิญญานหวน ไม่ใช่เคล็ดการบ่มเพาะระดับ
ต่ำ

เนื่องจากเคล็ดการเดินลมปราณมันจะโคจรเข้าสู่
เส้นลมปราณแค่จุดเดียว แต่เคล็ดไท่อี่วิญญาณหวน เส้นทางการโคจรของมันจะโคจรถึงยี่สิบหกจุด!

การใช้เส้นลมปราณเพียงจุดเดียวในการกลั่นร่างกาย
เมื่อเทียบกับยี่สิบหกจุดในการกลั่นร่างกาย นี้คือความแตกต่างระหว่างสวรรค์และโลกชัดๆ

วันพฤหัสบดีที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560

ตอนที่1 ลู่ซวน

ทวีปกระบี่นภา , เมืองหลิน , ห้องโถงทดสอบแห่งกระบี่


มีผู้คนเข้าแถวยาวถึงสิบแถว จากภายในห้องโถงล้นออกไปด้านนอก ถ้ามองให้ดี คนเหล่านั้นล้วนเป็นเยาวชนหนุ่มสาว


วันนี้มีกานคัดเลือกศิษย์สายนอกประจำปีของนิกายระดับสาม นิกายกระบี่เมฆา ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีบริเวณรอบๆ เมืองหลิน เยาวชนหนุ่มสาวเกือบทุกคนที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดจะมาลงชื่อสมัครคัดเลือก มันอาจจะอธิบายได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้เป็นที่ยอดนิยมอย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อสามารถเข้าไปใน นิกายกระบี่เมฆา แม้ว่าจะเป็นเพียงศิษย์สายนอกพวกเขาก็จะถูกมองว่าเป็นปลาที่กระโดดข้ามประตูของมังกร


ลู่ซวนยืนอยู่ตรงกลางแถว เดินตามฝูงชนก้าวไปข้างหน้า เมื่อคนสุดท้ายที่อยู่ตรงหน้าเขาก็หายไป ในที่สุดเขาก็ถึงคิวของเขา เขาจัดเสื้อผ้าของเขา เขามองอย่างหงุดหงิดไปที่ผู้ตรวจสอบ


"ชื่อ" ชายวัยกลางคนถือใบหยกนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะถามอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย


แม้ว่างานของเขาจะเป็นเพียงแค่การลงทะเบียน แต่หลังจากที่ได้ลงทะเบียนผู้สมัครมาอยากต่อเนื่องจนนับไม่ถ้วนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มันทำให้เขาก็กลายเป็นคนขี้หงุดหงิด


"ลู่ซวน"


ได้ยินคำถามลู่ซวน รายงานชื่อของเขาอย่างรวดเร็ว


"อายุ, ระดับแข็งแกร่ง"


"สิบหก, ขั้นกลั่นร่างกายระดับสอง"


ขณะที่บันทึกข้อมูล ผู้ตรวจสอบก็เหลือบมองลู่ซวน ชายวัยกลางคนส่ายหน้าอยู่ในใจ จำนวนคนที่นิกายจะรับสมัครในวันนี้มีไม่มากนัก ถึงแม้ว่าจะอยู่ในขั้นกลั่นร่างกายระดับที่สามก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถผ่านการคัดเลือก ขั้นกลั่นร่างกายระดับสองโดยปกติก็แทบจะไม่มีความหวัง


"เอาล่ะ หมายเลขของคุณ 828 ในสิบห้าวัน ให้กลับมาที่นี่และรอทดสอบ


"ขอบคุณมาก ท่านผู้ตรวจสอบอาวุโส" ลู่ซวนกล่าวด้วยความเคารพ


ชายวัยกลางคนโบกมือเพื่อให้ลู่ซวนออกไป เพียงแค่ขั้นกลั่นร่างกายระดับสองมันล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ในการกระตุ้นความสนใจใด ๆ


หลังจากได้รับหมายเลขประจำตัวแล้ว ลู่ซวนก็ถอนหายใจ ออกจากแถวที่ยาวเหยียด


หลังจากที่ได้ต่อแถวไม่กี่ชั่วโมง ในที่สุดเขาก็ได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาจะสามารถผ่านการคัดเลือกศิษย์สายนอกของนิกายกระบี่เมฆาได้หรือไม่จะได้รู้กันภายในการทดสอบ 15 วันนี้ คิดถึงเรื่องนี้ มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะกำหมายเลขในมือของเขาแน่น นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเขา


ลู่ซวนไม่อาจจะนับได้ว่าเป็นพลเมืองของเมืองหลิน แต่เขาเป็นบุตรชายคนเดียวของตระกูลเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านภูเขาชิง การเรียกว่าตระกูลยังเป็นเรื่องที่ยกยอมากเกินไปสำหรับครอบครัวลู่ ตอนนี้ครอบครัวลู่กำลังเสื่อมถอย ในครอบครัว นอกจากเขา พ่อ และพี่สาวของเขา ก็มีเพียงข้ารับใช้อีกไม่กี่คน


แต่เนื่องจากเป็นเช่นนี้ แต่ละวันของครอบครัวลู่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่นานมานี้ นายน้อยสามของครอบครัวหลง ได้ชอบพอพี่สาวของลู่ซวน และต้องการบีบบังคับให้เธอแต่งงานด้วย


ถ้าเป็นคนอื่น ถ้าผู้ชายกับผู้หญิงแต่งงานกัน แม้ว่าพวกเขาจะถูกบังคับให้แต่งงาน พวกเค้ายังแต่งงานอยู่   แต่ในหมู่บ้านภูเขาชิง คงไม่มีใครที่จะไม่รู้เกี่ยวกับความฉาวโฉ่นายน้อยสามของครอบครัวหลง? ลู่ซวนไม่มีทางทนดูพี่สาวของเขาตกอยู่ในนรก


มันเป็นเพียงเพราะว่า ครอบครัวลู่กำลังตกต่ำ เมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัวหลง พวกเขาไร้สามารถในการปกป้องตัวเองอย่างสมบูรณ์ โอกาสเดียวสำหรับลู่ซวนคือการเข้านิกายกระบี่เมฆา และเมื่อเขากลายเป็นศิษย์สายนอกแล้ว ครอบครัวหลงจะไม่กล้าแตะต้องคนของครอบครัวลู่


ดังนั้นลู่ซวนจึงเข้ารับการทดสอบจากนิกายกระบี่เมฆา ไม่ใช่สำหรับตัวเอง แต่สำหรับพี่สาวของเขา นี่เป็นโอกาสเดียวของเขา!


ยังคงมีเวลาอยู่ 15 วัน ความแข็งแกร่งของเขาอาจจะต้องปรังปรุงในแต่ละขั้นตอน ด้วยวิธีนี้จะมีโอกาสมากกว่า


หลังจากที่เขาตัดสินใจแล้ว ลู่ซวนก็รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว


อย่างไรก็ตามไม่นานหลังจากที่เขาออกจากห้องโถงทดสอบแห่งกระบี่ ลู่ซวนก็ถูกขวางทางโดยคนบางคน


มีข้ารับใช้บางคนที่แข็งแกร่งยืนอยู่ในแนวที่ปิดกั้นเส้นทางของลู่ซวน มีชายหนุ่มที่ดูอ่อนแอ ถือพัดแบบพับ เดินเข้ามาด้านหน้าของลู่ซวน

"ลู่ซวน เจ้าก็มาลงชื่อเพื่อเข้าร่วมในการทดสอบของนิกายกระบี่เมฆา? เจ้าคิดจริงๆหรอ ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า เจ้าเพ้อฝันที่จะข้ามผ่านคนอื่นด้วยแข็งแกร่งของเจ้า? ฮ่า ฮ่า ฮ่า . . . . . . ."


คนที่มาปิดกั้นเส้นทางของลู่ซวน เป็นหนึ่งในสาขาของครอบครัวหลง หลงหยาง


หลงหยางไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับลู่ซวน โดยปกติหลงหยางมักจะออกไปเที่ยวกับหลงไท่ ในความเป็นจริงเรื่องกับพี่สาวของลู่ซวน หลงหยางเป็นผู้เสนอไปยังหลงไท่ ความเกลียดชังของลู่ซวนต่อหลงหยาง นั้นไม่น้อยไปกว่าหลงไท่


เมื่อฟังเสียงหัวเราะที่เวิ่นเว้อของหลงหยาง ลู่ซวนกล่าวอย่างเย็นชา "หลงหยาง เลิกคิดซะ ไม่ว่ายังไงข้าก็จะไม่ยอมปล่อยให้พี่สาวของข้า แต่งงานกับครอบครัวหลง"


เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ มันช่วยไม่ได้ที่หลงหยางจะหัวเราะออกมาดัง ๆ มีเสียง "พุ" ดังออกมา ขณะที่เขาปิดพัดของเขา เขาพูดอย่างตรงไปตรงมาอย่างดูถูกเหยียดหยาม "ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าได้เห็นกับตาแล้วในหมู่บ้านภูเขาชิง หญิงสาวคนไหนที่พี่ชายสามหมายตาเอาไว้ไม่มีทางที่จะปล่อยให้หลุดมือไปแน่ พี่สาวของเจ้าไม่มีข้อยกเว้น ... คงจะมีซักวัน ที่เธอจะคุ้นเคยกับเตียงของพี่ชายสามราวกับเป็นของเล่นของเขา!! ใครจะไปรู้หลังจากที่พี่ชายสามเล่นกับเธอเสร็จแล้ว ข้าอาจจะมีโอกาสได้เล่นกับเธอบ้างก็ได้ ... ฮ่าฮ่า! "


ในน้ำเสียงของหลงหยางมีความคลุมเครืออยู่


"ตราบเท่าที่ข้ายังอยู่ , พวกเจ้าอย่าได้ฝัน!"  ได้ยินหลงหยางพูดจาดูหมิ่นเกียรติ พี่สาวที่เขารักที่สุด มันช่วยไม่ได้ที่ลู่ซวนจะพูดออกไปด้วยความโกรธ


"ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจยังไงก็ตาม ข้าเกรงว่า,เจ้ายังมีความหวังที่จะเข้าไปในนิกายกระบี่เมฆาอย่างงั้นหรอ? มันเป็นเรื่องที่น่าจะพูดถึงเพราะข้าจะเป็นคนที่ทำลายความหวังของเจ้าเอง" ใบหน้าที่หลงหยางแสดงออกมามันรอยยิ้มที่น่าเกลียด


ขณะที่เขาพูดจบหลงหยางขยิบตาให้ข้ารับใช้คนหนึ่งข้างๆเขา ข้ารับใช้เหล่านั้นก็เข้าใจได้ในทันทีและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพวกเขาเดินผ่านลู่ซวน


เห็นว่าหลงหยางต้องจะจากไป, ลู่ซวนไม่สามารถทำอะไรได้เลยเขากลับมาก้าวเดินอีกครั้ง เขาอยู่เพียงขั้นกลั่นร่างกายระดับสองเท่านั้นและข้ารับใช้ของครอบครัวหลง อยู่ในขั้นกลั่นร่างกายระดับสามขึ้นไป ลู่ซวนไม่ได้เผชิญหน้ากับพวกเขาเพียงแค่คนเดียว แต่พวกเขามีไม่น้อยกว่าสามหรือสี่คน


เป็นเรื่องปกติ ที่ความขัดแย้งระหว่างลู่ซวนและหลงหยางจะถูกมองโดยคนอื่น ๆ แต่ใครดูก็รู้ว่าเป็นนายน้อยของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง กำลังข่มขู่เด็กชาวบ้านธรรมดา คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอยู่ห่างจากมัน ไม่มีใครอยากให้ตัวเองเดือดร้อน


"นายน้อย พวกเราควรจัดการกับเด็กคนนี้อย่างไร?" ข้ารับใช้ที่แข็งแกร่งถามหลงหยางอย่างสุภาพ


มองผ่านบริเวณใกล้เคียงจำนวนของคนที่เดินผ่านไปผ่านมามีไม่น้อย หลงหยางขมวดคิ้วและกล่าวว่า
"เราจะออกไปจากเมืองก่อนแล้วค่อยคุยกัน"


ถ้าอยู่ในหมู่บ้านภูเขาชิงและเขาอยู่กับหลงไท่ หลงหยางก็กล้าที่จะฆ่าใครซักคนตามถนนแต่ที่นี่คือเมืองหลิน หลงหยางไม่กล้าที่จะหยิ่งยะโสเกินไป เมื่อเทียบกับตระกูลใหญ่จากเมืองหลิน ครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านภูเขาชิงไม่มีค่าเท่าไร


หลังจากเดินทางได้ไม่นาน หลงหยางก็ได้นำข้ารับใช้ออกมานอกเมืองไปยังป่า


"นายน้อย พวกเราควรทำอย่างไรกับเขา? ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในป่าถึงแม้พวกเราจะฆ่าเขา ก็ไม่มีใครรู้ " หนึ่งในข้ารับใช้แนะนำ


ได้ยินเรื่องนี้หลงหยางคิดสักครู่แล้วพยักหน้า: "อืม, เอาเป็นว่า ครั้งนี้เจ้าเด็กนั่นโชคดี คราวนี้เราจะไว้ชีวิตเขา ตีเขาเพื่อให้เขาต้องอยู่บนเตียงเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วันถึงครึ่งเดือน เขาต้องการแข่งขันในการทดสอบอย่างงั้นหรอ? ข้าจะดูซิว่าเขาจะมาเข้าร่วมการทดสอบยังไง"


ตำแหน่งของหลงหยางในครอบครัวหลงไม่ได้สูงนัก ส่วนใหญ่เขาพึ่งพาหลงไท่เหมือนสุนัขจิ้งจอกที่พึ่งพาอำนาจของเสือ ตอนที่หลงไท่ไม่ได้อยู่กับเขา เขาก็ไม่กล้าที่จะหยิ่งยะโสเกินไป เขายังไม่กล้าพอที่จะกำจัดลู่ซวน


เมื่อได้รับคำสั่งจากหลงหยาง ข้ารับใช้เริ่มเข้าไปต่อสู้และทุบตีลู่ซวนจนหมดสติ ข้ารับใช้เหล่านี้ช่วยหลงหยางทำงานแบบนี้มาหลายครั้ง พวกเขาสามารถที่จะทุบตีเพื่อที่จะให้ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ทำให้ถึงตาย แม้ว่าเขาจะหมดสติไปเนื่องจากความเจ็บปวดจำนวนมาก ลู่ซวนก็ยังคงแสดงออกถึงความเจ็บปวด


หลังจากเสร็จสิ้น หลงหยางโยนลู่ซวนเข้าไปในป่า แล้วพาคนของเขากลับไปกับเขา ในกรณีที่ลู่ซวนถูกกินโดยสัตว์ป่านั่นไม่ใช่ปัญหาของเขา

ตอนที่2 ผลึกรูปกระบี่

ตอนที่2 ผลึกรูปกระบี่

สีของท้องฟ้าเริ่มค่อยๆ มืดลง ลู่ซวนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นราวกับว่าเขาได้ตายไปแล้ว

หลังจากหลายชั่วโมงผ่านไป ลู่ซวนก็ปล่อยเสียงครวญครางเจ็บปวดออกมา เขาค่อยๆ ตื่นขึ้นอย่างช้าๆ

เขาโชคดีมาก อย่างน้อยในเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่มีสัตว์ใด ๆ ที่ผ่านมาแถวนี้

ขณะที่เขาพยายามขยับแขนขาของเขา มันช่วยไม่ได้ที่ลู่ซวนจะครางออกมาเพราะความเจ็บปวด  แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกตัวในช่วงเวลาที่ผ่านมาแต่เขาก็สามารถคาดเดาได้ว่าหลงหยางทำอะไรกับเขาไว้บ้าง หลังจากตรวจร่างกายของเขาแล้วก็พบว่าไม่มีส่วนใดในร่างการขาดหายไป ลู่ซวนถอนหายใจออกมา มันก็ไม่เลวร้ายมากนัก

ข้ารับใช้ของครอบครัวหลงได้ทุบตีเขา ทำให้เขาบาดเจ็บหนัก ลู่ซวนรู้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ อาการบาดเจ็บจะกลายเป็นอุปสรรคกับเขาในการทดสอบและมันยังทำให้เขามีโอกาสน้อยลงไปอีก

คิดถึงเรื่องนี้ เขาหัวเราะอย่างหมดหนทาง นี่อาจจะเป็นความประสงค์ของสวรรค์หรือเปล่า? ตอนนี้อาการบาดเจ็บของเขาหนักมาก จนแม้แต่ความหวังสุดท้ายของเขาก็ดับลง

ในเวลานี้ท้องฟ้ามืดสนิท สภาพอากาศในวันนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก บนท้องฟ้าไม่มีแม้แต่ดาวซักดวง เขาเงยหน้าขึ้นขณะที่เขานอนอยู่บนพื้นแข็งๆ ดวงตาของลู่ซวนเปลี่ยนไปขณะที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนจิตใจของเขาอยู่ในภาวะสับสนวุ่นวาย

ทันใดนั้นก็มีรัศมีของแสงสว่างพุ่งผ่านอากาศปรากฏอยู่ในสายตาของลู่ซวน

ดาวตก?

ว่ากันว่าถ้าคุณผูกปมแล้วอธิษฐานเมื่อเห็นดาวตก คำอธิษฐานจะเป็นจริง

จิตใต้สำนึกของลู่ซวน สั่งให้ไปคว้าอะไรก็ได้ เพื่อที่จะมาผูกเป็นปม

แต่กลับมีเสียงคร่ำครวญดังขึ้นอีกครั้ง เขาลืมไปว่าร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บและมือของเขาไม่สามารถขยับไปผูกปมได้

ในเวลานี้ , ลู่ซวนก็สะดุ้ง ไม่นะวันนี้ไม่มีดาว จะมีดาวตกได้ยังไง?

เขาเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง และพบว่า " ดาวตก " ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น เรื่อยๆ . . . . . . .

มันกำลังมุ่งหน้ามาทางเขา ลู่ซวนก็ยิ่งตกใจ ด้วยความเร็วขนาดนี้ ถ้ามันมาถึงเขา เขาก็จะตายทันที ? มันจะมีทางไหนที่เขาจะรอด ?

เขาอยากจะหลบ แต่แค่ขยับเพียงระยะนิ้วก้อยเขาก็ไม่สามารถทำได้ในเวลานี้ แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะหลบ

"ดาวตก" เริ่มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เวลานี้ลู่ซวนก็เห็นรูปร่างของมัน มันน่าตกตะลึงมันมีรูปร่างเป็นรูปกระบี่ที่เปล่งแสงออกมา
กระบี่ที่เปล่งแสง มีความรวดเร็วที่น่าเหลือเชื่อ เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากลู่ซวนได้เห็นมัน มันก็มาอยู่ด้านหน้าดวงตาของลู่ซวน

เวลานี้ลู่ซวนได้ค้นพบว่ากระบี่ที่เปล่งแสงนี้ไม่ใช่กระบี่ แต่เป็นผลึกรูปกระบี่ขนาดใหญ่

สิ่งนี้มันคืออะไร? ใครเป็นคนส่งมันมา?

เมื่อความคิดเหล่านี้พรวดขึ้นในใจแล้วผลึกกระบี่ก็โดนร่างของลูซวนแล้ว ในขณะที่ลู่ซวนคิดว่าร่างของเขาถูกแทงด้วยผลึกรูปกระบี่แปลกๆ นี้ เมื่อผลึกสัมผัสกับผิวของลู่ซวน มันละลายเข้าไปในร่างกายของเขาทันทีและจากนั้นมันเข้าไปยังตันเถียนของลู่ซวน แล้วก็ปรากฏเป็นรูปแบบกระบี่อีกครั้ง

หลังจากรอดพ้นจากความตายลู่ซวนก็ยังไม่มีเวลาที่จะชื่นชมยินดี ผลึกกระบี่ที่ละทวงเข้าไปในร่างกายของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจได้ปล่อยพลังฉีที่เหมือนคมกระบี่ออกมา เริ่มต้นจากตันเถียนของลู่ซวน มันกระจายออกไปยังทุกๆส่วนในร่างกายของเขา มันแทงไปตามเส้นลมปราณทั้งหมดของลู่ซวน

"อ้าาาา!" เมื่อความเจ็บปวดทะลุทะลวงผ่านเข้ามาลู่ซวนก็ไม่อาจอดทนเก็บมันไว้ได้และแผดเสียงกรีดร้องออกมาดังมาก มันแผ่กระจายไปทั่วทั้งป่า มันดูแปลกมาก

ความเจ็บปวดในร่างกายไม่ลดลง แต่กลับกลายเป็นรุนแรงมากขึ้น

พลังฉีกระบี่กระจัดกระจายออกไปและยังคงเคลื่อนที่ผ่านเส้นลมปราณของลู่ซวน ผ่านเข้าไปทีละชั้นๆ และทะลวงสิ่งกีดขวางของแต่ละชั้น การทรมานแบบนี้มันเจ็บปวดมากที่สุดในโลก

สำหรับทุกคนที่เกิดมา ในตอนแรกคนส่วนใหญ่เส้นลมปราณจะถูกปิดกั้น แม้ว่าบางเส้นลมปราณของพวกเขาจะไม่ถูกปิดกั้น คนเหล่านี้ถูกเรียกว่าอัจฉริยะ

มีข้อเท็จจริงที่ว่าในทวีปกระบี่นภา มีผู้เชี่ยวชาญพลังงานลึกลับที่เรียกว่า พลังงานจิตวิญญาณ, วิธีการทะลวงเส้นลมปราณมีผลต่อความเร็วและประสิทธิภาพในการดูดซึมพลังงานจิตวิญญาณ, ดังนั้นการกำหนดวิธีการก็ถือเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่งในการบ่มเพาะ

และในความเป็นจริงในระหว่างการบ่มเพาะยังมีกระบวนการที่เปิดเส้นลมปราณ ยิ่งเปิดเส้นลมปราณได้มากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งเข้าถึงอาณาจักรที่สูงขึ้นเท่านั้น

คนที่เกิดมาพร้อมกับเปิดเส้นลมปราณโดยธรรมชาติไม่เพียงแต่พวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องทะลวงเส้นลมปราณของพวกเขา แต่การเพาะปลูกของพวกเขาจะรวดเร็ว ถ้าพวกเขาต้องการที่จะไปถึงอาณาจักรที่สูงขึ้น พวกเขาสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีข้อจำกัด

และคนที่เกิดมาพร้อมกับเส้นลมปราณที่ปิดกั้น ถ้าพวกเขาต้องการที่จะไปสู่อาณาจักรที่สูงขึ้นพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องบ่มเพาะให้ช้าลงและค่อยๆ ทะลวงเส้นลมปราณของพวกเขาอย่างช้าๆ ด้วยเหตุนี้คนส่วนใหญ่ ตลอดชีวิตของพวกเขาจะไม่สามารถทะลวงเส้นลมปราณได้

ในเวลานี้พลังฉีกระบี่กำลังบังคับตัวเองผ่านเส้นลมปราณของลู่ซวน ควรทราบว่าพรสวรรค์ของทุกคนถูกกำหนดตั้งแต่เกิด นี้เป็นการต่อต้านสวรรค์อย่างแท้จริง!!

ภายใต้สถานการณ์ปกติ คนที่ฝืนทะลวงเส้นลมปราณของพวกเขาเพื่อที่จะให้สำเร็จในท้ายที่สุดเส้นลมปราณของพวกเขาจะระเบิดและพวกเขาจะตาย, มิฉะนั้นผู้เชี่ยวชาญทุกคนในทวีปกระบี่นภาคงจะช่วยให้ลูกหลานของพวกเขาทะลวงเส้นลมปราณของพวกเขา เพื่อเพิ่มความสามารถของพวกเขา

ภายใต้ความเจ็บปวดอย่างมากลู่ซวนไม่สามารถที่จะคิดอะไรได้ เขารู้สึกราวกับว่าเส้นลมปราณของเขาระเบิดและอยากตายไป มันจะทำให้รู้สึกสบายมากขึ้นในตอนนี้

แต่สิ่งแปลกประหลาดคือพลังฉีกระบี่นี้ ถึงแม้จะยังคงทำลายสิ่งที่ปิดกั้นเส้นลมปราณของลู่ซวนก็ตามแต่เส้นลมปราณของลู่ซวน ไม่มีร่องรอยของความเสียหายเลยแม้แต่น้อย

ในความเป็นจริงส่วนที่เส้นลมปราณของเขาถูกปิดกั้นได้กว้างขึ้น หากสิ่งต่างๆดำเนินต่อไปอย่างนี้ ... เส้นลมปราณของเขาจะถูกทะลวงราวกับว่ามีคนทะลวงมัน

ลู่ซวนไม่สามารถที่จะสงบจิตใจของเขา เพื่อตรวจสอบสภาพร่างกายของเขาได้ . ในตอนนี้ หัวของเขามีเพียงคำเดียว ซึ่งก็คือความเจ็บปวด ตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ แม้ในช่วงเวลาที่เจ็บปวดมากที่สุดในขณะทำการบ่มเพาะ ลู่ซวนยังไม่เคยเจ็บปวดมากขนาดนี้

เสียงกรีดร้องของเขาค่อยๆ อ่อยลงเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะเขาต้องการให้มันอ่อยลง แต่เป็นเพราะเสียงที่ออกจากคอของเขาจากเสียงกรีดร้องได้กลายเป็นเสียงแหบและไม่สามารถกรีดร้องอีก

พลังฉีกระบี่ที่ออกมาจากผลึกรูปกระบี่เห็นได้ชัดว่าไม่สนใจว่าลู่ซวนรู้สึกอย่างไร มันยังคงเดินทางผ่านเส้นลมปราณภายในร่างกายของเขา ส่วนหนึ่งของพลังที่เจาะเข้าไปในเส้นลมปราณ

กระบวนการทรมานกินเวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง หลังจากที่พลังฉีกระบี่ได้ทะลวงเส้นลมปราณที่ถูกปิดกั้น สุดท้ายแล้วมันก็เคลื่อนที่เป็นวงกลมขนาดใหญ่และในที่สุดก็กลับมาอยู่ในผลึกรูปกระบี่ ทุกอย่างสงบลง

มันจบลงแล้ว? ลู่ซวนก็กระหืดกระหอบหายใจ ,สายของสายตาก็กระจัดกระจายไป เขาจะค่อยๆ รวบรวมสติของตัวเอง เขาสงสัยว่าถ้าเขายังคงเจ็บปวดแบบก่อนหน้านี้ต่อไปอีกระยะนึง เขากลัวว่าเขาจะตายเพราะความเจ็บปวด

ในช่วงเวลาแห่งการต่อสู้นี้ ลู่ซวนได้หมดแรง หน้าผากแก้มและร่างกายของเขาเปียกโชกด้วยเหงื่อ

แต่เขาก็ไม่ค่อยกังวลเรื่องนี้ เมื่อรอดพ้นจากความเจ็บปวดแบบนั้นแล้วเขาก็ขอบคุณพระเจ้า หยาดเหงื่อไหลหยดลงบนใบหน้าของเขา เพื่อที่จะไม่ให้มันเข้าไปในดวงตาของเขา ลู่ซวนใช้ความพยายามที่จะยกมือซ้ายของเขาเพื่อเช็ดใบหน้าของเขา

แต่แล้วขณะที่ลู่ซวนยกมือซ้ายขึ้นก่อนที่จะถึงดวงตาของเขา เขาไม่เชื่อในสายตาของเขาขณะมองที่มือ

เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าก่อนหน้านี้เขาไม่สามารถแม้แต่จะขยับนิ้ว แต่ตอนนี้เขาสามารถเช็ดเหงื่อของเขา!

เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ลู่ซวนตอนแรกเขาไม่สามารถช่วยตัวเองได้ แต่ตอนนี้พยายามที่จะใช้มือทั้งสองข้างของเขาเพื่อขยับตัว หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นในร่างกายของเขาไม่มีร่องรอยของความรู้สึกไม่สบายเลยแม้แต่น้อย

ลู่ซวนในที่สุดก็แน่ใจ อาการบาดเจ็บที่ได้รับจากหลงหยาง ได้รับการรักษาอย่างปาฏิหาริย์!!

การเรียกปาฏิหาริย์ก็ไม่ถูกต้องนัก ลู่ซวนรู้ว่ามีโอกาส 80-90% ที่มันอาจจะเกิดจากผลึกรูปกระบี่ที่ลึกลับ หลังพายุย่อมมีสายรุ้งรออยู่มันเป็นเรื่องจริง คนสมัยก่อนไม่ได้หลอกข้าจริงๆ!!

ใบหน้าที่มีความสุขอย่างแท้จริงปรากฏที่ใบหน้าของเขา ลู่ซวนไม่สามารถควบคุมได้ ตอนแรกเขาคิดว่าสวรรค์ต้องการที่จะขยี้ความหวังสุดท้ายของเขา เขาไม่คิดว่าจะมีทางออกอีกแล้ว แม้ว่าตอนนี้เขาเจ็บปวดทรมาน แต่ถ้าเขารู้ก่อนว่าจะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้ ลู่ซวนจะกัดฟันของเขาและอดทนกับมัน

หลงหยาง!! หลงไท่!! ถ้าพวกเจ้ามีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังแล้วจะทำไม? ข้าจะต้องผ่านการประเมินของนิกายกระบี่เมฆาให้ได้!! ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ พวกเจ้าจะไม่สามารถทำมันได้สำเร็จ !
เนื่องจากอาการบาดเจ็บของเขาดีขึ้นมาก ลู่ซวนได้จิตวิญญาณของการต่อสู้ของเขากลับมาอีกครั้ง!

มีเวลาสิบห้าวันจนกว่าจะถึงการประเมิน 15 วันจะว่านานมันก็นาน จะว่าสั้นมันก็สั้น หากนำไปใช้ประโยชน์ความแข็งแกร่งของเขาอาจจะเพิ่มอีกในแต่ละขั้นตอน

หลังจากความทุกข์ทรมานเพียงแค่นี้ลู่ซวนก็รู้สึกเหนื่อยล้าแล้ว แต่เขารู้ดีว่าสถานการณ์แบบนี้จะช่วยให้การเพาะปลูกของเขาเร็วขึ้นกับอีกครึ่งหนึ่งของความพยายาม เนื่องจากพรสวรรค์โดยธรรมชาติของเขาไม่สูงนัก เขาจึงสามารถต่อสู้ได้โดยใช้ความพยายามเท่านั้น

การหมุนเวียนการบ่มเพาะของเขามีร่องรอยของพลังงานจิตวิญญาณเล็กน้อยที่ถูกดูดเข้าไปในร่างกายของลู่ซวน ในขณะเดียวกันเขายังมองเข้าไปภายใน สิ่งแรกที่เขาเห็นคือผลึกรูปกระบี่ที่เคยเกือบจะฆ่าเขา

ในเวลานี้ผลึกรูปกระบี่กำลังหมุนช้าๆ อยู่ในตันเถียนของลู่ซวน และไม่รุนแรงเท่าเดิม

แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจต้นกำเนิดของผลึกรูปกระบี่ แต่ลู่ซวนรู้สึกว่ามันมีความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา นอกจากนี้ก่อนหน้านี้อาการบาดเจ็บได้รับการรักษาอย่างปาฏิหาริย์ ความเป็นจริงนี้สอดคล้องกับความคิดของลู่ซวน

แต่คิดถึงความเจ็บปวดที่โหดร้าย เขายังรู้สึกหนาวสั่น เขาไม่กล้าทำอะไรกับผลึกเลย ก็เลยปล่อยให้มันนั่งเงียบๆ ในตันเถียนของเขา หันกลับมาเอาใจใส่กับการโคจรการบ่มเพาะของเขา พลังงานจิตวิญญาณที่เข้าสู่ร่างกายของเขาค่อยๆ ไหลเวียนไปทั่วเส้นลมปราณของเขา

ขณะที่เขาโคจรการบ่มเพาะ พลังงานจิตวิญญาณที่อยู่ในบรรยากาศถูกดูดเข้าไปในร่างกายของลู่ซวน ในกระแสที่ไหลผ่านเส้นลมปราณของเขาในเส้นทางที่เฉพาะเจาะจง

แต่เมื่อเขาเริ่มโคจรการบ่มเพาะลู่ซวนก็ยิ่งแปลกใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเขาค้นพบว่าอัตราการดูดซับพลังงานจิตวิญญาณของเขาเร็วกว่าที่เคยเป็นมาหลายเท่า!

ก่อนหน้านี้เส้นลมปราณทั้งหมดของเขาถูกปิดกั้นและตอนนี้พวกมันก็ราบรื่นขึ้น